เปิดใจมองวัฒนธรรม “คนกินหมา”

เปิดใจมองวัฒนธรรม “คนกินหมา”

แม้ว่าในสายตาของมนุษย์ปุถุชนทั่วไปแล้ว สุนัขจะเป็นเพื่อนรักที่มีชีวิต ทำหน้าที่ยามเฝ้าบ้านที่ดี แต่สำหรับบางคนแล้วนั้น นอกจากบทบาทหน้าที่ต่างๆ ที่ได้กล่าวมา สุนัขยังมีประโยชน์ในฐานะอาหาร “เนื้อหมา” ขึ้นชื่อว่าเป็นจานเด็ด

ดนัย ชาทิพฮด ได้นำเสนองานวิจัยเรื่อง “วาทกรรมว่าด้วยคนกินหมา อาหารกับความขยะแขยง” ในการประชุมประจำปีทางมานุษยวิทยาครั้งที่ 9 ปาก-ท้อง และของกิน : จริยธรรมและการเมืองเรื่องอาหารการกิน โดยระบุว่า “หมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหารการกิน อย่างมาก โดยเฉพาะเป็นผลิตผลทางโภชนาการของผู้คนจำนวนมากมาตั้งแต่อดีต” และยังบอกอีกว่า “แต่เดิมค่านิยมของการบริโภคเป็น ลักษณะเฉพาะของแต่ละครัวเรือนเท่านั้น หากแต่ในชุมชนเศรษฐกิจบ้านท่าแร่ มีการปรับเปลี่ยนเป็นการค้าอย่างเสรีและขยายตลาดการค้าหมาไปสู่หมู่บ้าน ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว”

เนื้อสุนัขที่ผ่านกรรมวิธีชำแหละแล้ว

ชุมชนท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร มีตลาดกลางเป็นแหล่งรับซื้อหมาก่อนที่จะนำไปแปรรูป จากนั้นจึงวางขายในตลาดเย็น โดยช่องทางการตลาดจะมีผู้รับซื้อหมาขับรถกระบะที่ถูกดัดแปลงเป็นโครงเหล็ก สูง ตระเวนไปยังหมู่บ้านต่างๆ เพื่อนำของไปแลกสินค้า (หมา) น่าสังเกตุว่าไม่ว่าสิ่งใดก็สามารถแลกได้ ทั้งกะละมัง ถ้วย จาน และคุ (ถังน้ำพลาสติก) เมื่อได้สินค้าตามจำนวนกำหนดและคิดว่าได้กำไร ก็จะนำหมามาที่ตลาดชุมชนท่าแร่ เพื่อแปรรูปต่อไป อย่างไรก็ตาม หมาที่ถูกจำหน่ายและแลกเปลี่ยนเป็นหมาที่ดุ ชอบทำความเสียหายให้เจ้าของ โดยเจ้าของเองจะจับหมามาให้ผู้แลกเปลี่ยน รวมทั้งสามารถต่อรองหากหมามีคุณสมบัติพิเศษ เช่น เป็นหมาพ่อพันธุ์ หรือล่าสัตว์ป่าเก่ง

ไม่น่าเชื่อว่า การนิยมบริโภคเนื้อหมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ พ.ศ.2515 และกิจการค้าเนื้อหมาเฟื่องฟูอย่างยิ่งในปีพ.ศ.2518 เมื่อนายทุนในเขตเทศบาลเมืองสกลนครเป็นผู้ลงทุน การเข้ามารับซื้อหรือแลกของพ่อค้าหรือนายทุนวิ่งหมา จะตระเวนรับซื้อและแลกประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อครั้งในแต่ละหมู่บ้าน โดยมีวลีประชาสัมพันธ์ที่น่าสนใจอย่างมากว่า “หมาสาม ตัวร้อย หมาน้อยแลกคุ” ซึ่งคนไทยที่ชื่นชอบบริโภคเนื้อประเภทนี้มักมีทางภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนใหญ่จะมีความเชื่อคล้ายประเทศอื่นๆ ในเรื่องคลายความหนาว แต่ก็มีความเชื่อเพิ่มเติมว่าช่วยทำให้มีพละกำลังทางเพศได้ดี

นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีอีกหลายชนชาติที่นิยมปรุงอาหารจากเนื้อหมา จีนเอาเนื้อสุนัข มาตุ๋นยาสมุนไพร เชื่อว่าบำรุงร่างกาย และเนื้อหมาต้มแกง เต่าเป็นอาหารเก่าแก่อายุนับพันปีของจีน และตอนใต้ของจีนในเขตปกครองพิเศษสิบสองพันนาก็มีการค้าขายเนื้อหมาในตลาดสด เช่นกัน ส่วนชาวเวียดนามนิยม ทานเนื้อสุนัข โดยเฉพาะฤดูหนาวเชื่อว่าช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ซึ่งกรุงฮานอยมีภัตตาคารอาหารเนื้อสุนัขจำนวนมาก และตลาดค้าเนื้อหมาที่ใหญ่ที่สุด ชื่อว่าตลาดบั๊กฮา นอกจากนั้น ยังมีคนเกาหลีใต้ที่รับประทานเนื้อหมา เฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น โดยเฉพาะหมาดำ เพราะเชื่อว่าช่วยทำให้ผิวสวย สำหรับคนอินโดนีเซียชอบ นำไปทำสตู

ด้านชาวลาวชอบนำมา ปิ้งคล้ายหมาหัน ปรุงพร้อมเครื่องใน รับประทานกับเครื่องเคียงจำพวก แกง ส้มตำ ข้าวเหนียว มีมากที่หลวงพระบางขึ้นไปทางเหนือ เมืองหลวงน้ำท่และบ่อเต็น ยังมีประเทศไนจีเรียและที่อื่นในอัฟริกา ที่เชื่อว่าเนื้อสุนัขมีสรรพคุณที่ช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะมาลาเรีย

อีกด้านหนึ่งของคนที่รับเรื่องนี้ไม่ได้ คงมีความคิดเห็นในเชิงลบต่อการกินหมา เช่น สกปรกและอยากอ้วก ส่วนคนที่รักหมาก็จะประณามคนกินหมาว่า สติไม่สมประกอบ โรคจิต เป็นเรื่องที่น่าละอายหรือผิดบาป ถึงขั้นมองว่าเป็นคนชั่วต้องตกนรก

เมนูที่ำทำจากเนื้อสุนัขแบบญวน

อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงในมุมมองของคนที่บริโภคเนื้อสุนัข กลับเรียกว่าเป็น “เนื้อสวรรค์” สร้างสรรเมนูกันได้หลากหลาย เช่นเดียวกับเนื้อประเภทอื่นๆ ขณะนี้ราคาซื้อขายอยู่ที่ตัวละ 500 บาท หมาดำและหมาพันธุ์ต่างประเทศจะราคาสูงกว่านี้มาก หากรวมเครื่องเทศที่นำมาปรุงอาหารจะมีราคาประมาณ 1,000 บาท หากนำมาชำแหละสามารถขายได้ 2,500 บาท ผู้ค้าอีกรายเปิดเผยว่า หากซื้อแบบเหมากิโลกรัมละ 40-60 บาท แต่ละครั้งสามารถทำเนื้อหมาตากแห้งครั้งละ 100-300 กิโลกรัม คิดเป็นกำไรพ่อค้าสามารถทำรายได้สูงถึงครั้งละ 5,000-15,000 บาท

นอกจากนั้น ในวงจรกลุ่มผู้ประกอบอาชีพค้าสุนัข ประกอบด้วย นายทุน คนหาหมา คนจับหมา คนฆ่า คนชำแหละเนื้อ คนฟอกหนัง คนสกัดน้ำมันและต้มกระดูก ซึ่งเห็นได้ว่าสุนัขหนึ่งตัวสามารถสร้างรายได้ให้คนกลุ่มหนึ่งให้มีรายได้ เพียงพอต่อการใช้ดูแลครอบครัว ส่วนผู้ที่นิยมรับประทานเนื้อสุนัขมองว่า หมาดำช่วยเพิ่มพลังทางเพศและยังนำน้ำมันของสุนัขมารักษาบาดแผลได้อีกด้วย

กลุ่มต่อต้าน การกินสุนัขในเกาหลีใต้

ทั้งนี้ ผู้บริโภคเนื้อสุนัขมองว่า นอกจากเนื้อหมาจะช่วยเรื่องสุขภาพและยาอายุวัฒนะ และต้านทานความหนาว โดยวิธีนี้ยังช่วยลดปริมาณสุนัขจรจัดที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบันอีกด้วย ซึ่งผู้เขียนบทความนี้ทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า “เนื่อง ด้วยวาทกรรมชุดที่ใช้กับคนกินหมามีแต่ภาพในแง่ลบ ดังนั้น การปรับเปลี่ยนมุมมองของกลุ่มผู้ค้า ผู้ขายและผู้บริโภคจึงใช้ภาพเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับกลุ่มของตน โดยดึงเอาลักษณะของความเป็นเลิศในทางสรรพคุณและรสชาติของหมามาเป็นแนวทาง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับผู้บริโภคเนื้อหมา นอกจากนี้ยังเปลี่ยนแปลงการใช้คำในลักษณะที่มีความหมายกดทับและรุนแรงให้ เป็นสิ่งที่ฟังแล้วไม่อุจาด ทำให้เนื้อหมากลายมาเป็นเนื้อสวรรค์ และมักจะมีประโยคที่สนับสนุนแนวคิดนี้ว่า “ยอดเนื้อคือหมา ยอดปลาคือเอี่ยน (ปลาไหล)””

ถ้าเราเปิดใจให้กว้างมองการเปิบพิสดารว่าเป็นรสนิยมส่วนตัว ยอมรับกลุ่มคนบางประเภท เช่น ชนเผ่าที่นิยมกินเนื้อคน ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลย ถ้ามนุษย์จะกินเนื้อสุนัข เพราะถ้าเราพินิจพิเคราะห์กันให้ดี เรื่องนี้ก็มีแค่ “ความชอบ” กับ “ไม่ชอบ” เท่านั้น

ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องน่าสนใจ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s